สูตรคำนวนเหล็กเส้นทั่วไป เทียบเป็นตะแกรงเหล็กไวร์เมช
การคำนวณเปรียบเทียบระหว่างการใช้เหล็กเส้นทั่วไปกับการใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีต เนื่องจากไวร์เมชมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเหล็กเส้นทั่วไป ทำให้สามารถใช้เหล็กในปริมาณที่น้อยลงแต่ให้ความแข็งแรงที่เทียบเท่ากันได้
หลักการพื้นฐาน
หลักการคำนวณเปรียบเทียบนี้อ้างอิงจาก พื้นที่หน้าตัด (Area of Steel) และ กำลังรับแรงดึงที่ยอมให้ (Allowable Tensile Strength) ของเหล็กแต่ละประเภท เนื่องจากตะแกรงไวร์เมชผลิตจากเหล็กกล้าดึงเย็นที่มีกำลังรับแรงดึงสูงกว่าเหล็กเส้นทั่วไป (เช่น เหล็กเส้น SR24) จึงสามารถลดขนาดหรือปริมาณการใช้งานได้
สูตรการคำนวณ
สูตรหลักในการเปรียบเทียบคือการหาพื้นที่หน้าตัดของเหล็กที่ต้องการใช้ โดยใช้สูตร:

เมื่อ :
คือ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องการของตะแกรงไวร์เมช
)
- คือ พื้นที่หน้าตัดของเหล็กเส้นทั่วไป ) คำนวณจากสูตร:
คือ กำลังรับแรงดึงที่ยอมให้ของเหล็กเส้นทั่วไป ) ซึ่งโดยทั่วไปสำหรับเหล็ก SR24
จะอยู่ที่ประมาณ 1,200 กก./
คือ กำลังรับแรงดึงที่ยอมให้ของตะแกรงไวร์เมช ) ซึ่งตามมาตรฐาน มอก. 737-2549
จะอยู่ที่ประมาณ 2,750 กก./
ตัวอย่างการคำนวณ
โจทย์: ต้องการใช้เหล็กเส้นกลมขนาด ϕ 6 มม. วางห่างกัน 20 ซม. (SR24) เพื่อเสริมพื้นคอนกรีต หากต้องการเปลี่ยนไปใช้ตะแกรงไวร์เมช จะต้องเลือกใช้ตะแกรงขนาดใดที่เทียบเท่ากัน
วิธีทำ:
- คำนวณพื้นที่หน้าตัดของเหล็กเส้นทั่วไป
:
- D = 6 มม. (0.6 ซม.)
- S = 20 ซม. (0.20 ม.)
- คำนวณพื้นที่หน้าตัดที่ต้องการของไวร์เมช (
):
- ≈ 0.615
- หาขนาดไวร์เมชที่ให้พื้นที่หน้าตัดใกล้เคียง:
- จากผลลัพธ์
≈ 0.615
จะต้องเลือกตะแกรงไวร์เมชที่มีค่าพื้นที่หน้าตัดใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น:
- ไวร์เมชϕ 4 มม. @ 15 ซม. มี
- ไวร์เมชϕ 4 มม. @ 20ซม. มี
สรุป: จากการคำนวณ สามารถใช้ ตะแกรงไวร์เมชขนาดϕ 4 มม. ที่มีช่องตาห่าง 20×20 ซม. แทนเหล็กเส้น ϕ 6 มม.
ที่ ระยะห่าง 20 ซม. ได้อย่างเหมาะสม
ปัจจัยเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา🧠
- คุณภาพของเหล็ก: การคำนวณนี้เป็นเพียงการเทียบเคียงเบื้องต้น ควรตรวจสอบคุณภาพของเหล็กและใบรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิต
- ความยุ่งยากในการทำงาน: การใช้ตะแกรงไวร์เมชแม้จะมีต้นทุนวัสดุที่อาจใกล้เคียงหรือสูงกว่าเล็กน้อย แต่จะช่วยลดเวลาและค่าแรงในการผูกเหล็กได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- ระยะทาบ: การใช้ไวร์เมชช่วยให้การต่อเหล็กง่ายขึ้นด้วยระยะทาบที่สั้นกว่า ทำให้ประหยัดวัสดุได้อีกส่วนหนึ่ง






