ระยะทาบของแผ่นตะแกรงเหล็ก

ระยะทาบ (Lap Splice) ของแผ่นตะแกรงเหล็กไวร์เมช คือการวางแผ่นตะแกรงให้ซ้อนทับกัน ณ บริเวณรอยต่อ เพื่อให้การรับแรงและถ่ายน้ำหนักจากแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การต่อทาบที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันการแตกร้าวที่อาจเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อของพื้นคอนกรีตได้

มาตรฐานระยะทาบ📐

การกำหนดระยะทาบของตะแกรงไวร์เมชจะพิจารณาจากตำแหน่งที่ลวดรับแรงเป็นหลัก ซึ่งมีมาตรฐานกำหนดไว้ดังนี้:

  • กรณีที่ลวดรับแรงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของหน่วยแรงที่ยอมให้:
  • ตำแหน่งนี้มักเป็นบริเวณที่มีแรงดึงสูง เช่น ช่วงกลางแผ่นพื้น การต่อตะแกรงในบริเวณนี้จำเป็นต้องมีระยะทาบที่ยาวเป็นพิเศษเพื่อการถ่ายแรงที่สมบูรณ์
  • ระยะทาบต้องไม่น้อยกว่า 1 ช่องตะแกรง + 5 ซม. (หรือระยะห่างของเส้นลวดตามมาตรฐาน + 5 ซม.)
  • กรณีที่ลวดรับแรงไม่เกินครึ่งหนึ่งของหน่วยแรงที่ยอมให้:
  • ตำแหน่งนี้มักเป็นบริเวณที่มีแรงดึงต่ำ เช่น บริเวณปลายแผ่นพื้น หรือบริเวณริม
  • ระยะทาบต้องไม่น้อยกว่า 5 ซม.

หลักการสำคัญในการต่อทาบ📝

  1. การยึดติด: ควรใช้ลวดผูกเหล็กเพื่อยึดตะแกรงทั้งสองแผ่นให้ติดกันในบริเวณที่ซ้อนทับกัน เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวขณะเทคอนกรีต
  2. ตำแหน่งการต่อ: ตามหลักวิศวกรรม ควรหลีกเลี่ยงการต่อตะแกรงในบริเวณที่รับแรงสูงสุด (เช่น กลางพื้น) และควรเลือกต่อในบริเวณที่รับแรงน้อยที่สุด (เช่น บริเวณริม) หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ให้ใช้ระยะทาบที่ยาวตามมาตรฐานที่กำหนด
  3. การวางตะแกรง: ในการวางแผ่นตะแกรง ควรให้ลวดของแผ่นที่สอง วางทับอยู่บน ลวดของแผ่นแรก เพื่อให้การถ่ายแรงมีประสิทธิภาพสูงสุด

การปฏิบัติตามมาตรฐานระยะทาบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้พื้นคอนกรีตมีคุณสมบัติเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่เกิดรอยต่อที่อ่อนแอ และสามารถรับน้ำหนักรวมถึงแรงกดทับได้อย่างเต็มที่ตลอดอายุการใช้งาน